รัฐบาลฝรั่งเศสพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่วันเดียวมากกว่า 30,000 คนเป็นครั้งแรก ขณะที่เคอร์ฟิวในกรุงปารีสและเมืองใหญ่อีก 8 แห่ง จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่สุดสัปดาห์นี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ว่ากระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศสรายงานสถิติเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ในรอบ 24 ชัวโมงล่าสุด คือจนถึงช่วงเย็นของวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น ว่าสถิติผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 809,684 คน โดยมีการยืนยันผู้ป่วยใหม่ 30,621 คน เป็นสถิติรายวันสูงสุด และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่พบผู้ป่วยคนแรกเมื่อวันที่ 24 ม.ค. ที่ฝรั่งเศสยืนยันผู้ติดเชื้อรายวันมากกว่า 30,000 คน
 
ขณะที่สถิติสะสมของผู้ที่หายป่วยมีอย่างน้อย 104,082 คน เพิ่มขึ้น 669 คน และเสียชีวิตอีก 88 คนในรอบ 24 ชั่วโมง เพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมจากโรคโควิด-19 ในฝรั่งเศสเป็นอย่างน้อย 33,125 คน

ทั้งนี้ กรุงปารีสและพื้นที่โดยรอบ เมืองมาร์แซย์ เมืองตูลูซ เมืองเกรโนเบลอ เมืองมงต์เปอลิเยร์ เมืองรูอ็อง เมืองลียง เมืองแซ็งเตเตียน และเมืองลีลล์ อยู่ภายใต้เคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 21.00 น. ถึง 06.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น  ( 02.00 น. ถึง 11.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่คืนวันเสาร์ที่ 17 ต.ค. นี้เป็นต้นไป เป็นเวลา “อย่างน้อย 4 สัปดาห์ในเบื้องต้น” เท่ากับระยะเวลาของสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขฉบับใหม่ แต่รัฐบาลเตรียมขอการอนุมัติจากสภาให้ต่อเวลาอีก 2 สัปดาห์ เท่ากับว่าเคอร์ฟิวจะมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 1 ธ.ค. นี้ โดยบุคคลซึ่งฝ่าฝืนต้องชำระค่าปรับครั้งละ 135 ยูโร ( ราว 4,932.80 บาท )
 
ด้านนายบรูโน เลอ แมร์ รมว.กระทรวงเศรษฐกิจของฝรั่งเศส กล่าวว่ารัฐบาลเตรียมเพิ่มงบประมาณฉุกเฉินทางเศรษฐกิจอีก 1,000 ล้านยูโร ( ราว 36,493 ล้านบาท ) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในกรุงปารีส และเมืองใหญ่อีก 8 แห่ง ซึ่งได้รับผลกระทบจากมาตรการเคอร์ฟิว ตลอดจนการที่ภาครัฐจะช่วยเจรจากับสถาบันการเงิน เพื่อขอให้มีการผ่อนผันการชำระหนี้บางประเภทด้วย