นายจามารุลี มานิฮุรัค หัวหน้าสำนักงานภูมิภาคจังหวัดบาหลี กระทรวงยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า มีชาวต่างชาติ 4 คน เป็นนักท่องเที่ยวถูกส่งกลับประเทศ เพราะละเมิดกฎตามมาตรการควบคุมโรค เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศอินโดนีเซีย

รายแรกเป็นหญิงชาวรัสเซียพบว่ามีอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อเดินทางมาถึงเกาะบาหลี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตามจับตัวเธอมาได้หลังหลบหนีออกจากโรงแรมที่เป็นสถานที่กักกันโรค เจ้าหน้าที่ได้นำตัวเธอไปควบคุมไว้ที่ศูนย์กักกันโรคในเมืองเดนปาซาร์บนเกาะบาหลี และจะดำเนินการส่งกลับประเทศในทันทีที่เธอหายจากอาการป่วยติดเชื้อไวรัส

ส่วนชาวต่างชาติอีก 3 คน พบว่าละเมิดคำสั่ง ไม่สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ เจ้าหน้าที่พบตัวขณะเข้าตรวจค้นพื้นที่ในเขตคูตาบนเกาะบาหลี ซึ่งมีการบังคับใช้มาตรการควบคุมโรค เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้ง 3 คนมาจากสหรัฐอเมริกา ไอร์แลนด์ และรัสเซีย ถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องควบคุมสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รอขึ้นเครื่องบินเดินทางกลับประเทศในวันจันทร์ที่ 12 ก.ค.

อินโดนีเซียพบการระบาดรุนแรงของไวรัสโควิด-19 สาเหตุมาจากการเดินทางมากขึ้นช่วงวันหยุดเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาและยังมีการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตาเข้ามาในประเทศ ขณะนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 2.5 ล้านราย และเสียชีวิต 67,000 ศพ รัฐบาลอินโดนีเซียต้องประกาศล็อกดาวน์เมื่อเดือนที่แล้วบนเกาะชวาเกาะที่มีประชาชนอยู่หนาแน่นที่สุดและเกาะบาหลีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ ซึ่งพบผู้ป่วยติดเชื้อสะสม 55,300 ราย และเสียชีวิต 1,634 ศพ

สำหรับมาตรการควบคุมโรคตามระเบียบใหม่ในจังหวัดบาหลีนั้น ระบุให้สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะสำหรับชาวต่างชาติ หากใครละเมิดและถูกจับได้ ต้องถูกลงโทษด้วยการปรับเป็นเงิน 1 ล้านรูเปียะห์ (70 ดอลลาร์สหรัฐหรือ 2,100 บาท) สำหรับความผิดครั้งแรก หากยังกระทำผิดครั้งที่สองอีก จะถูกลงโทษด้วยการส่งกลับประเทศ